ค้นหาคอร์สเรียนต่างประเทศ
ทุนการศึกษา
•สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง •มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ •รัฐบาลโมร็อกโก •สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา •มหาวิทยาลัยรามคำแหง •มูลนิธิฮิตาชิ •สกว. ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิต •มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ •มหาวิทยาลัยคาร์ดิฟ •มหาวิทยาลัยศิลปากร
  พิมพ์ |     ส่งให้เพื่อน

ที่มา "การศึกษาวันนี้"
 
  ผู้เขียน : ศิลป์ อิศเรศ silp@watta.co.th
:: ร้ายสาระ : หุบเขาปิศาจ


 
คลิกเพื่อดูรูปใหญ่
 
 
 
คลิกเพื่อดูรูปใหญ่
 
 
 
คลิกเพื่อดูรูปใหญ่
 
 

        “หุบเขาปิศาจ” ได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองที่มีความโหดร้าย ป่าเถื่อนมากที่สุดของโลกตะวันตก ในช่วงเวลาเพียงแค่ปีกว่า ต้องสูญเสียนายอำเภอไปถึง 7 คน และมีคนถูกสังหารไปถึง 35 คน
        ปี 1880 บริษัทการทางรถไฟแอตแลนติกและแปซิฟิก ก่อสร้างทางรถไฟจากเมืองฟอร์ตสมิท รัฐอาร์คันซอ ไปยังเมืองลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยใช้เส้นทางตัดผ่านหุบเขาปิศาจ (Canyon Diablo) ในรัฐแอริโซนา
        การก่อสร้างดำเนินมาจนถึงริมหน้าผาหุบเขาปิศาจ วิศวกรทำการวัดระยะห่างระหว่างหน้าผาและดำเนินการสั่งต่อสะพานข้ามไปยังหุบผาอีกด้านหนึ่ง การก่อสร้างทางรถไฟจึงหยุดชะงักลงระยะหนึ่งเพื่อรอให้บริษัทส่งชิ้นส่วนที่ต้องการมาประกอบ ระหว่างนั้นบรรดาคนงานก็ปลูกสร้างที่พักพิงภายในหุบเขาปิศาจ
        เมื่อชิ้นส่วนสะพานถูกนำมาส่งยังสถานที่ก่อสร้างก็พบว่าวิศวกรได้คำนวณผิดพลาด สะพานที่สร้างขึ้นมานั้นขาดระยะไปหลายเมตร จึงต้องสั่งโรงงานให้ผลิตชิ้นส่วนเพิ่มเติม หากแต่ว่าในช่วงเวลานั้นบริษัททางรถไฟเผชิญกับปัญหาเงินทุนฝืดเคือง การก่อสร้างจึงหยุดชะงักลงยาวนานเกือบ 7 เดือน

เมืองใหม่กลางหุบเขา
        การรอคอยชิ้นส่วนสะพานที่ยาวนานทำให้แหล่งพักพิงคนงานชั่วคราวแปรเปลี่ยนไปเป็นสถานที่พักอาศัยถาวร และเนื่องจากจุดนี้อยู่ในเส้นทางที่ผู้คนใช้สัญจรไปยังฝั่งตะวันตกของประเทศจึงทำให้มีผู้คนจำนวนมากแวะเวียนมาเพิ่มเติม และบางคนก็ถึงขั้นลงหลักปักฐานกันไปเลย ทำให้ชุมชนแห่งนี้ขยายตัวกลายเป็นเมืองขนาดย่อมๆ มีประชากรกว่า 2,000 คน ซึ่งต่อมาเรียกกันว่าเมืองหุบเขาปิศาจ ตามชื่อของหุบเขา
        เนื่องจากเมืองหุบเขาปิศาจถือกำเนิดขึ้นจากการรวมตัวของชนชั้นแรงงานและคนร่อนเร่พเนจร มันจึงไม่ต่างไปจากแหล่งมั่วสุมของพวกนักเลงหัวไม้ มีการทะเลาะวิวาท อาชญากรรมเกิดขึ้นทุกวัน วันละหลายๆครั้ง จนผู้ที่ต้องการอาศัยอยู่อย่างสงบอดรนทนไม่ไหวแต่งตั้งคณะกรรมการชุมชนขึ้นมา ลงขันหาเงินจ้างคนเก่งมาทำหน้าที่นายอำเภอดูแลความสงบสุข
        นายอำเภอคนแรกได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อเวลา 15.00 น. และถูกฆาตกรรมหลังจากนั้นเพียง 5 ชั่วโมงต่อมา เสียชีวิตลงเมื่อเวลา 20.00 น. นายอำเภอคนที่ 2 อยู่ได้นานหน่อยทำหน้าที่ได้ 2 สัปดาห์ นายอำเภอคนถัดๆมาไม่มีใครทำหน้าที่ได้ครบเดือน นอกจากอดีตนักเทศน์เพียงคนเดียวเท่านั้นที่ทำหน้าที่นายอำเภอได้นานถึง 30 วัน
        ช่วงเวลาเพียงแค่ 14 เดือน เมืองหุบเขาปิศาจเปลี่ยนนายอำเภอถึง 7 คน แต่ไม่สามารถที่จะเฉลี่ยได้ว่านายอำเภอแต่ละคนทำหน้าที่ 2 เดือน เนื่องจากในความเป็นจริงนั้นนายอำเภอแต่ละคนทำหน้าที่ได้เพียงไม่กี่วัน กว่าจะเฟ้นหานายอำเภอคนใหม่มาแทนที่ได้นั้นกินเวลายาวนานมากเพราะไม่มีใครหาญกล้าพอจะทำหน้าที่รักษากฎหมายในเมืองเถื่อนแห่งนี้
        ถนนสายหลักเรียงรายไปด้วยสถานบันเทิง ร้านเหล้า ซ่องโสเภณี และบ่อนการพนัน มันจึงถูกตั้งชื่อว่าถนนอเวจี (Hell Street) ซึ่งนั่นก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอาชญากรรมในเมืองบ่อยครั้ง และเมื่อความพยายามรักษาความสงบของบ้านเมืองด้วยตนเองไม่เป็นผล ชาวเมืองก็ทำหนังสือร้องเรียนไปยังรัฐบาลกลาง เรียกร้องให้ส่งกำลังทหารเข้ามาดูแล
        แต่เมื่อรัฐบาลกลางตอบรับข้อเรียกร้อง มันก็เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่สะพานข้ามหุบเขาปิศาจสร้างสำเร็จเสร็จสิ้นพอดี ทำให้ชาวเมืองจำนวนมากอพยพออกจากเมืองจนเกือบจะกลายเป็นเมืองร้างไปในช่วงเวลาเพียงข้ามคืน

แหล่งมั่วสุม
        ต่อมาในปี 1886 อินเดียนแดงได้ใช้เมืองหุบเขาปิศาจเป็นสถานที่ซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้า หนึ่งในนั้นคือ เฟรด โวลซ์ (Fred Volz) ชาวอินเดียนแดงเผ่านาวาโฮ นอกจากจะเป็นสถานที่ซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าแล้ว เมืองหุบเขาปิศาจยังเป็นแหล่งกบดานของพวกอาชญากรหลบหนีคดีและแหล่งมั่วสุมของพวกโจรปล้นรถไฟ
        ปี 1889 รถไฟขบวนหนึ่งถูกโจร 4 คนดักปล้นกลางทางบริเวณใกล้กับเมืองหุบเขาปิศาจ พวกโจรกวาดเงินไปได้ 1,500 ดอลลาร์ แม้ว่ามันไม่ใช่เงินจำนวนมาก แต่สมาชิกสภาร่างกฎหมายแอริโซนาเกรงว่าพวกโจรอาจสร้างปัญหาที่ใหญ่กว่าได้ในอนาคต จึงออกหมายจับตายโจรกลุ่มนี้
นายอำเภอวิลเลี่ยม โอนีล (William O’Neill) รวบรวมมือกฎหมาย 4 คนคือ เอ็ด เซนท์แคลร์ (Ed St. Clair) คาร์ล ฮอลตัน (Carl Holton) แจส แบล็ก (Jas Black) และตัวเขาเอง ออกตามล่าโจรปล้นรถไฟ ซึ่งกระทำได้ไม่ยากเนื่องจากเป็นช่วงฤดูหนาวทำให้เกิดรอยเท้าบนหิมะตามเส้นทางที่พวกโจรหลบหนี
        เกิดการยิงต่อสู้ปะทะกันตลอดระยะเวลา 5 วันของการหลบหนีและไล่ล่า ในที่สุดกลุ่มโจรก็ไปจนมุมในหุบเขาแห่งหนึ่ง จึงยอมวางอาวุธมอบตัวหลังจากที่หนึ่งในกลุ่มโจรถูกยิงเสียชีวิต

ปล้นหฤโหด
        วันที่ 7 เมษายน 1905 เกิดคดีปล้นที่นำไปสู่การดวลปืนสนั่นหวั่นไหวที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์โลกตะวันตก เมื่อมีชายหนุ่มแต่งกายสุภาพ 2 คน จอห์น ชอว์ (John Shaw) และวิลเลี่ยม อีวานส์ (William Evans) เดินเข้าไปในร้านเหล้าวิกแวมซาลูน เมืองวินสโลว์ ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากเมืองหุบเขาปิศาจเท่าไรนัก 
        พวกเขาตรงไปยังบาร์แล้วสั่งวิสกี้ 2 แก้วพร้อมกับกวาดสายตาไปรอบๆร้าน ที่มุมหนึ่งของร้านมีชาย 7 คนกำลังล้อมวงเล่นไพ่โป๊กเกอร์ บนโต๊ะเกลื่อนกลาดไปด้วยเหรียญเงินกองใหญ่ จอห์นและวิลเลี่ยมรีบเดินตรงเข้าไปยังโต๊ะเล่นไพ่ทันที โดยยังไม่ทันได้ดื่มเหล้าที่สั่งเอาไว้ ชายทั้ง 2 คนควักปืนพกออกมากระหน่ำยิงทุกคนในวงไพ่ จากนั้นก็รีบตรงเข้าไปกวาดเงินบนโต๊ะและหลบหนีออกจากร้านเหล้าไปอย่างรวดเร็ว
        บ๊อบ กิเลส (Bob Giles) นายอำเภอวินสโลว์และผู้ช่วยออกติดตามคนร้ายไปถึงเมืองหุบเขาปิศาจ เฟรด โวลซ์ เจ้าของร้านแลกเปลี่ยนสินค้าแจ้งว่าเห็นผู้ต้องสงสัย 2 คนมาด้อมๆมองๆแถวๆร้านอยู่หลายวันแล้ว ทันใดนั้นเองชายทั้ง 2 คนก็โผล่ออกมาจากมุมตึกห่างออกไปเพียง 2 เมตร
นายอำเภอบ๊อบตะโกนสั่งให้ผู้ต้องสงสัยหยุดอยู่กับที่เพื่อขอค้นตัว แต่ชายทั้ง 2 คนกลับชักปืนออกมาเปิดฉากยิงเข้าใส่ผู้รักษากฎหมายโดยทันที บ๊อบและผู้ช่วยก็ไวไม่แพ้กัน ชักปืนออกมายิงตอบโต้จนกระสุนหมดโม่
        มันเป็นการดวลปืนที่กินเวลาแสนจะสั้นเพียงแค่ 3 วินาที แต่ลูกกระสุนที่ใช้ไปนั้นรวมกันมากถึง 21 นัด เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวดั่งเสียงระเบิด สิ้นเสียงปืน จอห์น ชอว์ ดับดิ้นอยู่กับพื้น ส่วนวิลเลี่ยม อีวานส์ ได้รับบาดเจ็บ เฟรดอนุเคราะห์โลงศพใส่ร่างไร้วิญญาณของจอห์นแล้วนำไปฝังในสุสานท้ายเมือง

เหล้าแก้วสุดท้าย
        ข่าวการสิ้นชีพของโจรปล้นวงไพ่กระจายไปสู่เมืองวินสโลว์อย่างรวดเร็ว ในคืนวันเดียวกับที่เกิดการดวลปืนในเมืองหุบเขาปิศาจ โคบาลรับจ้างกลุ่ม Hashknife เดินเข้าไปในร้านเหล้าวิกแวมซาลูน พวกเขาพูดคุยกันถึงเหตุการณ์คืนวันที่เกิดการปล้นและยิงกันในร้าน ชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้นว่าเสียดายที่จอห์นไม่ทันได้ดื่มเหล้าแก้วที่เขาสั่งในคืนนั้น
        ชายกลุ่มนั้นลงความเห็นว่าจอห์นสมควรจะได้ดื่มเหล้าแก้วนั้น ว่าแล้วพวกเขาก็ออกจากร้านขึ้นม้าขี่ตรงไปยังเมืองหุบเขาปิศาจ ทำการขุดหลุมฝังศพ ดึงร่างไร้วิญญาณของจอห์น ชอว์ ออกมาจากโลง ประคองร่างในท่ายืนแล้วเอาเหล้ากรอกใส่ปาก
        ในยามรุ่งเรืองเมืองหุบเขาปิศาจดาดดื่นไปด้วยอาชญากรรม หลุมฝังศพ 36 หลุมที่ท้ายเมืองล้วนแล้วแต่เป็นร่างของผู้เสียชีวิตจากการถูกฆาตกรรมทั้งสิ้น ยกเว้นแต่เพียงหลุมสุดท้ายที่บรรจุร่างของเฮอร์แมน วูฟ (Herman Wolfe) เจ้าของร้านแลกเปลี่ยนสินค้าที่เสียชีวิตลงตามธรรมชาติ
หลังจากเมืองหุบเขาปิศาจกลายเป็นเมืองร้าง มันก็ยังคงความเฮี้ยนกลายเป็นที่กบดานของพวกนอกกฎหมายจนเกิดการดวลปืนที่ดุเดือดที่สุดในประวัติศาสตร์โลกตะวันตก


"ในยามรุ่งเรืองเมืองหุบเขาปิศาจดาดดื่นไปด้วยอาชญากรรม
หลุมฝังศพ 36 หลุมที่ท้ายเมืองเป็นร่างของผู้เสียชีวิตจากการถูกฆาตกรรมทั้งสิ้น
ยกเว้นเพียงหลุมสุดท้ายที่บรรจุร่างของเฮอร์แมน วูฟ ที่เสียชีวิตลงตามธรรมชาติ"



 
  อ่านข่าวย้อนหลัง...ในหมวดเดียวกัน
  ร้ายสาระ : อ่างอาบน้ำกับตำนานลวง   ...
  เด็กอัจฉริยะ   ...
  คนขี่พายุ  ร่างของเขาร่วงลงสู่กลุ่มเมฆฝนฟ้าคะนอง อุณหภูมิลดอย่างรวดเร็วถึงระดับต่ำกว่าจุดเยือกแข็งหลายสิบองศา ...
  โกงเกมโชว์  มันต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากล เขาใช้เวลาเล่นเกมโชว์ไม่ถึง 30 นาที กวาดเงินรางวัลไปมากกว่า 100,000 ดอลลาร์ ...
  ขุมทองเอลโดราโด  ตลอดระยะเวลาหลายร้อยปีชนพื้นเมืองที่อาศัยอยู่กลางป่าดงดิบประเทศโคลอมเบีย สืบทอดประเพณีเซ่นไหว้เทพเจ้าด้วยการโยนเครื่องประดับ ...